ชมพู่-น็อต เล่านาทีเห็นหน้าลูก ที่มาชื่อลูกชายฝาแฝด ด.ช.สายฟ้า-ด.ช.พายุ ทั้งฝ่ายชายเผยอยากได้ลูกสาว !!! (คลิป)

วันที่ 9 ก.ย. ที่ ศูนย์ประชุม อาคารบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต และ น็อต-วิศรุต รังษีสิงห์พิพัฒน์ แถลงข่าวเปิดใจกับสื่อมวลชนหลังได้ต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว “น้องธันเดอร์-ด.ช.สายฟ้า” และ “น้องสตอร์ม-ด.ช.พายุ” ลูกชายฝาแฝด

ซึ่งนางเอกสาว “ชมพู่-อารยา” ให้กำเนิดด้วยวิธีการผ่าคลอดไปตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 6 ก.ย.ที่ผ่านมา ท่ามกลางความยินดีของคนในครอบครัว ผู้หลักผู้ใหญ่ เพื่อนพ้อง และแฟนคลับทั่วประเทศ โดย “น้องธันเดอร์-ด.ช.สายฟ้า” แฝดคนพี่ มีน้ำหนักตัว 2,660 กรัม ความยาว 47.5 เซนติเมตร ส่วน “น้องสตอร์ม-ด.ช.พายุ” แฝดคนน้อง มีน้ำหนักตัว 2,560 กรัม ความยาว 47.5 เซนติเมตร และใช้เวลาคลอดห่างกัน 1 นาที

ชมพู่ กล่าวว่า “ยังรู้สึกงงๆ นิดหน่อยว่าใช่แล้วเหรอ เหนื่อยแต่ก็มีความสุขและมันดีเหมือนกัน ความรู้สึกก่อนเข้าห้องคลอดคือรีแล็กซ์และชิล เพราะค่อนข้างจะวางใจทางทีมแพทย์ ด้วยความที่คิดบวกมากกับการท้องครั้งนี้ ถ้าทำทุกอย่างมาดูก็น่าจะราบรื่น วินาทีแรกคือได้เห็นสายฟ้าก่อน จากนั้นพายุก็ตามออกมา ยอมรับว่าตอนนั้นค่อนข้างงง แต่ก็จะเช็กก่อนเลยว่าสายฝรั่งหรือสายตี๋ ส่วนตัวแว้บแรกรู้สึกว่าสายฟ้ามาทางชมคือดูฝรั่งๆ ส่วนพายุจะออกตี๋ๆ ไปทางพี่น็อตนิดหนึ่ง ลูกทั้งสองคนถือว่าตัวใหญ่พอสมควร ยังคิดเลยว่าอยู่ในท้องได้ยังไง มิน่าถึงรู้สึกหนักๆ”

“สำหรับชื่อของลูกแฝด “สายฟ้า” และ “พายุ” เชื่อว่าหลายคนเดาออกตั้งแต่แรกแล้วเพราะว่าคุณพ่อปล่อยโป๊ะ (หัวเราะ) ชื่อ “สายฟ้า” มาจากที่คุณน็อตยกชื่อนี้ขึ้นมาก่อนเพราะเขาทำธุรกิจเกี่ยวกับสายไฟฟ้า เมื่อมีสายฟ้าแล้วก็ต้องมีพายุ อีกอย่างพอแปลเป็นภาษาอังกฤษธันเดอร์ก็จะมาคู่กับสตอร์ม ซึ่งวันที่ผ่าคลอดก็เป็นจังหวะช่วงมรสุมเข้าพอดี หลายคนก็เลยแซวว่าต้อนรับสายฟ้ากับพายุ ส่วนฤกษ์ผ่าคลอดมีวันเดียวคือ 6 ก.ย. ชมมีหน้าที่อั้นให้อยู่ เพราะท้องแฝดอย่างที่ทราบกันก็จะรู้ว่าถ้าจะอยู่ให้ครบ 37 สัปดาห์ก็ค่อนข้างที่จะต้องลุ้นกันอีก

ซึ่งสุดท้ายก็ทำได้ตามนั้น การเตรียมพร้อมของชมก็คือพยายามทำให้ช่วงล่างแข็งแรง เพื่อที่จะรับน้ำหนักของลูกแฝดได้ แล้วก็ระวังเรื่องของน้ำหนักไม่ให้ร่างกายต้องรับอะไรที่มันไม่จำเป็น รวมถึงทางคุณหมอก็จะต้องมีเรื่องของฮอร์โมนที่จะช่วยประคองไปด้วย อย่างที่เห็นว่าชมออกกำลังกายก็จะเป็นท่าที่เน้นเกี่ยวกับท้องล่างและเชิงกราน เพื่อที่จะเอาเขาให้อยู่ให้ได้ ซึ่งพอลูกแฝดออกมาก็เหมือนว่าอวัยวะข้างในทุกอย่างดี น้ำหนักได้ ปอดและหัวใจพัฒนามาแล้วเต็มที่ ทำให้ตัวเราสบายใจด้วยที่ไม่ต้องออกมาแล้วต้องติดเครื่องไม้เครื่องมือช่วยเขามากมาย น้ำหนักตอนที่ท้องขึ้นมา 10 กิโลกรัม หลังจากผ่าคลอดแล้วก็ยังเหลือพวกที่เป็นน้ำคร่ำและของเหลวในร่างกาย แต่ส่วนมากน้ำหนักที่ขึ้นมาจะอยู่กับลูกแฝดหมด”

“เรื่องของการให้นมลูกตอนนี้ก็ยังสู้กับมันอยู่ ไม่อยากจะอวดว่าน้ำนมมาตั้งแต่วันแรกเลย เพียงแค่ว่าอาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่ที่มาเยอะจริงๆ คือเมื่อวาน (8ก.ย.) ด้วยความที่เป็นคนที่โฟกัสและตั้งใจเกี่ยวกับการให้นมลูก ตอนที่เอาลูกแฝดมาเข้าเต้าเลยอาจจะไม่มีโมเมนต์น้ำตาซึม แต่พอเวลาที่ไปดูภาพอย่างอื่นตอนที่ยังไม่ได้ให้นมลูกอยู่ ตอนนั้นน้ำตาถึงจะไหล ส่วนตัวยังตอบไม่ได้ว่าจะให้นมลูกเองไปจนถึงเมื่อไหร่ แต่ ณ วันนี้ทิศทางดูดี เข้าวันที่ 4 ก็มีสต๊อกน้ำนมให้ลูกแล้ว แต่ไม่ได้มีถึงขนาดไปจนถึงเดือนหน้า หมายถึงว่ามีให้เผื่อไปมื้อหน้าได้ จริงๆ

คุณหมอให้กลับบ้านได้แล้ว แต่ชมอยากให้เรื่องให้นมเป็นระบบและเป็นเวลาได้ดั่งใจของตัวเราก่อน เพราะเวลากลับบ้านจะได้ไม่ต้องงมกันเองมาก ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะอยู่โรงพยาบาลอีกกี่วัน แต่ขออยู่ไปก่อน สำหรับลูกแฝดชมตั้งใจที่จะเลี้ยงเอง ต่อให้มีคนช่วยก็จะเป็นลักษณะเป็นมือเป็นไม้มากกว่า แต่ไม่ใช่ว่ามาเลี้ยงให้ เนื่องจากปีนี้ชมไม่ได้รับละครอยู่แล้ว คิดว่าช่วงขวบปีแรกก็จะเต็มที่กับการเลี้ยงลูกค่ะ”

“ส่วนเรื่องโรงเรียนของลูก เดี๋ยวนี้โรงเรียนเนอร์สเซอรี่และอนุบาลจองยากมาก ฉะนั้นก็ต้องจองเอาไว้ก่อนแล้ว แต่เท่าที่วางแผนเรื่องการศึกษาของลูกไว้ ทางคุณน็อตก็จะมองไปถึงตอนจบม.6 ก่อน แต่ว่าไม่ใช่โรงเรียนเดียวกันทั้งหมด ทุกอย่างยังไม่แน่นอนเพราะว่าก็มีคุยไว้ที่ทางต่างประเทศด้วย ถามว่ารู้สึกยังไงที่ทุกคนให้ความสนใจกับการคลอดลูกของเรา จนกลายเป็นขวัญใจวัยแรกคลอดไปแล้ว เอาจริงๆ เราสองคนไม่ได้คาดหวังที่จะให้มันเป็นแบบนี้ แต่ก็รู้สึกดีใจที่ทุกคนรักและเอ็นดูลูกของเราค่ะ สำหรับงานในวงการบันเทิงของชม ภายในปีหนึ่งก็คงจะเป็นงานอะไรที่ทำวันเดียวจบ แต่ถ้าเป็นงานละครก็อาจจะต้องพักไปก่อน

น็อต “มีโอกาสได้เข้าไปอยู่ในห้องคลอดกับชมด้วย ผมให้กำลังใจด้วยการชวนคุยไปเรื่อย วินาทีที่ได้เห็นหน้าลูกยังตื่นเต้นอยู่ จะมาเริ่มรู้สึกน้ำตาซึมทีหลังมากกว่า ผมกับชมจะมองต่างกัน ผมกลับมองว่าสายฟ้าหน้าจะตี๋กว่า ส่วนพายุจะตาโตออกแนวฝรั่งมากกว่า”

“สำหรับชื่อลูกก็อยากจะให้ลิงก์กับธุรกิจ อย่างชื่อของผม “น็อต” เพราะคุณพ่อทำธุรกิจเกี่ยวกับน็อต ผมก็เลยอยากจะมาลิงก์กับลูกของตัวเองบ้าง จากตัวเองทำธุรกิจเกี่ยวกับสายไฟฟ้า แต่จะตั้งว่าเด็กชายสายไฟฟ้าก็สงสารลูก เลยคิดว่าสายฟ้าดีกว่า จากนั้นชมก็คิดต่อว่าเมื่อมีสายฟ้าแล้วก็ต้องมากับพายุ เลยตกลงเป็นชื่อนี้ ฤกษ์ที่ผ่าคงอดลูกก็เป็นอาจารย์เกรียงไกรดูให้เหมือนเดิม เนื่องจากเราสองคนเคารพอาจารย์มาก ฤกษ์ที่ได้มาก็มีวันที่ 6 ก.ย.วันเดียว ผมต้องชื่นชมเขามากที่ทำได้ จริงๆ คุณหมอก็บอกว่าแค่ท้องลูกคนเดียวจะอยู่ให้ถึง 37 สัปดาห์ก็ยากแล้ว แต่แต่ชมทำได้ถึง 37 สัปดาห์และเป็นท้องแฝดด้วย เท่ากับว่าเขาต้องดูแลรักษาและเอาใจใส่ตัวเองมากๆ อย่างตอนที่ผ่าคลอดคุณหมอเด็กที่ยืนดูอยู่ถึงกับบอกว่ากล้ามท้องเป็นมัดๆ ไม่มีไขมันเลย คุณหมอชื่นชมเขามากๆ แต่อีกอย่างที่เป็นห่วงเรื่องเย็บแผล พอผ่าลูกออกมาครบทั้งสองคนแล้ว ช่วงที่เย็บแผลเขาก็จะถามตลอดว่าแผลใหญ่มั้ย เย็บเป็นยังไงบ้าง เย็บสวยรึเปล่า(หัวเราะ)”

“สุขภาพของลูกทั้งสองคนถือว่าดี จริงๆ จะได้กลับบ้านแล้วแต่ว่าเราสองคนยังไม่ยอมกลับ ด้วยความที่เป็นคุณพ่อมือใหม่อยู่ก็ยังไม่รู้ว่าจะช่วยชมเลี้ยงลูกยังไงได้บ้าง ตอนนี้ก็พยายามหัดอุ้มหัดประคอง แต่ยังอุ้มอาบน้ำไม่ได้ ส่วนคุณย่ากับคุณยายก็ได้ข่าวว่าลุ้นกันจนเป็นลมหน้าห้องคลอดเลยทีเดียว แต่ทั้งคู่ก็ดีใจและมีความสุข ถามว่าอยากปั๊มลูกต่อเลยมั้ย ผมคิดว่าควรจะมีลูกผู้หญิงด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่พูดถึงดีกว่าเพราะเข้าใจและเห็นใจว่าคนเป็นแม่เหนื่อยหนักมากแค่ไหน อย่างคลิปล่าสุดที่ปล่อยออกมาในไอจี คือเราสองคนตั้งใจที่อยากจะทำเอาให้ลูกเก็บไว้ดูตอนโต”

“ถามว่าตั้งใจจะเลี้ยงลูกแบบไหน อันนี้เป็นเรื่องที่คุยกันทุกวัน คงจะเลี้ยงสไตล์ไทยๆ แต่ว่าเป็นในโลกยุคใหม่มากกว่า พยายามเอาสิ่งที่ดีที่สุดมาเลี้ยงเขา ส่วนว่าอยากให้ลูกเข้าวงการบันเทิงมั้ย (ยิ้มและส่ายหน้า) อยากให้ลูกเป็นนักบอลครับ” น็อตกล่าว